เที่ยวเวียดนาม เดินเล่นฮานอย ล่องเรือฮาลองเบย์
สวัสดีครับ.. เมื่อช่วงปลายเดือนธันวา ก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปเวียดนามมาครับ วันนี้พอมีเวลา ก็เลยอยากจะนำภาพถ่ายมาเล่าเรื่องให้ได้ฟังกันนะครับ
เนื่องจากถ่ายภาพมาเยอะมาก ในเรื่องนี้จึงขอคัดมาเล่าเรื่องเพียงแค่ครึ่งหนึ่งละกันนะครับ
( ชมภาพถ่ายทั้งหมด 784 ภาพ Thumbnails | Detail | Slide Show )
.
แผนที่ประเทศเวียดนาม
.
แผนที่ฮานอย บริเวณทะเลสาบคืนดาบ ในย่าน Old Quarter
(คลิ๊กที่จุดต่างๆ บนแผนที่เพื่อดูรายละเอียด)
จุดหมายปลายทาง และสถานที่สำคัญ
- ประเทศเวียดนาม (สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม) ทางตอนเหนือ
- ฮานอย - สะพานแดง, ทะเลสาบคืนดาบ, Old Quarter
- ฮาลอง - ล่องเรือฮาลองเบย์ (Halong Bay)
.
ลักษณะการเดินทาง ท่องเที่ยว
เดินทางจาก กรุงเทพฯ สู่ปลายทางที่ ฮานอย (เวียดนาม) ด้วยสายการบินต้นทุนต่ำ ท่องเที่ยวในตัวเมืองฮานอยด้วยการเดินเท้า และเดินทางไปค้างคืนต่างเมือง 1 คืนด้วยรถโดยสารประจำทาง
เดินเล่นแบบสบายๆ ชมบ้านเมือง ชีวิตคน อาคาร ยานพาหนะ ถนนหนทาง ไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ไม่ต้องกังวลกับเวลา และพกกล้องถ่ายรูปติดตัวไปด้วยตลอดครับ
.
ค่าใช้จ่าย (เดินทาง 2 คน)
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮานอย คนละ 4,975 บาท (สามารถหาได้ถูกกว่านี้อีกครับ)
- ค่าใช้จ่ายในเวียดนาม 4 คืน 4 วัน คนละ 2,600 บาท (ค่าโรงแรม ค่ารถ ค่าอาหาร ฯลฯ ไม่รวมของฝาก)
.
สรุปการเดินทางคร่าวๆ
ออกจาก กทม. 18.00 ถึง ฮานอย 20.00
—— วันที่ 1 – จากฮานอย ไปฮาลอง ————————————————
- เช้า – นั่งมึนอยู่ในโรงแรม ไปไหนไม่ถูก
- เที่ยง – ออกจากโรงแรมเดินหาท่ารถไปฮาลอง
- บ่าย – ออกจากฮานอย ไปฮาลอง ซิตี้ ด้วยรถประจำทาง 170 กิโลเมตร
- ค่ำๆ – เดินเล่นที่ริมหาด ฮาลองซิตี้ กินอาหารค่ำ
—— วันที่ 2 – ล่องเรือฮาลองเบย์ คริสมาสต์อีฟฮานอย ——————————–
- เช้า – ตื่นมาดูบ้านเมืองที่ฮาลอง กินเฝอร้อนๆ
- สายๆ – ล่องเรือฮาลองเบย์ 4 ชั่วโมง
- บ่าย – ออกจากฮาลอง กลับฮานอย ด้วยรถประจำทาง 170 กิโลเมตร
- เย็น ค่ำ ดึก – หาของกิน แล้วเดินเล่นรอบทะเลสาบ (คืนคริสมาสต์อีฟ)
—— วันที่ 3 – เดินเล่นฮานอย ——————————————————-
- สายๆ – กินข้าวเช้า เดินเล่น
- บ่าย – เดินเล่นย่าน Old Quarter
- เย็น – นั่งเล่นร้านกาแฟ
- ค่ำ – หาข้าวเย็นกิน เดินเล่นในเมือง เดินเล่นรอบทะเลสาบอีกรอบ
—— วันที่ 4 – นั่งชิวร้านกาแฟ หาของฝาก ——————————————–
- สายๆ – กินข้าวเช้า ฝนตก นั่งเล่นร้านกาแฟ
- บ่าย – เดินเล่นในเมือง หาของฝาก
- เย็น – นั่งรถไปสนามบิน เครื่องออก 20.30 น. ถึง กทม. 22.10 น.
.
เริ่มเดินทางกันเลย…
เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ไปไกลถึงฮานอย ผมกับมาร์คเพิ่งตัดสินใจกันได้ว่าจะไปเพียงแค่ 2 วันก่อนวันเดินทางครับ จึงไม่ได้เตรียมตัวอะไรล่วงหน้าเลย ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในเวียดนาม ก็ยังไม่ได้หา เพราะต้องรีบปั่นงานให้เสร็จสำหรับนำไปพรีเซนต์ช่วงเช้าของวันเดินทางครับ
เอาละครับ จะเดินทางไกล แต่ยังไม่ได้เตรียมหาข้อมูลล่วงหน้ากันไว้ก่อน ดูสิว่าจะรอดกลับมาได้ไหม… ?
( ก็ต้องรอดสิครับ ไม่งั้นจะมีบรรทัดนี้ได้ไง :P )
หลังจากพรีเซนต์ความคืบหน้าโปรเจคเสร็จในช่วงเช้า ตอนบ่ายก็ออกเดินทางเลยครับ นัดมาร์คไว้ที่อนุสาวรีย์ฯ บ่าย 3 โมง เพื่อจะไปขึ้นรถเมล์กัน รถ ขสมก. (ยูโร 2 สีส้ม) สาย 551 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ค่ารถคนละ 32 บาท ประหยัดกว่า Taxi เยอะเลยครับ
.
บ่าย 4 โมงครึ่ง รถเมล์มาส่งถึงที่หน้า Terminal
.
ลองใช้ประตูหมุน เดินเข้า Terminal :P
.
เดินเข้ามาแล้วก็ดูแผนที่ก่อนครับ จำทางเอาไว้จะได้ไม่หลง
.
เดินไปเช็คอินที่เค้าท์เตอร์นกแอร์
.
คนไม่เยอะมากครับ ทยอยกันมาเรื่อยๆ ส่งกระเป๋าที่จะโหลดลงใต้เครื่องที่นี่ สำหรับขอมีค่าให้เก็บไว้ที่ตัว เดินถือขึ้นเครื่องได้เลยครับ (อยากเห็นเครื่อง CTX จัง !!)
.
เช็คอินเสร็จแล้วก็เดินไปแลกเงินครับ แลกเงินบาทเป็น US Dollar เอาไว้ก่อน โชคดีที่ช่วงนี้ค่าเงินแข็ง 1 USD = 33 บาท (แลกมาคนละ 100 USD)
.
ผู้คนมากมายที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
.
แลกเงินแล้วก็เดินผ่าน ตม. และ Duty Free เพื่อจะไปนั่งรอที่ Gate
.
ผ่านด่านตรวจอาวุธมาก็เจอ Gate
.
เดินลงไปรอที่ Gate ครับ
.
นั่งรอที่ Gate ไม่นานมากนักก็ขึ้นรถบัสเพื่อไปขึ้นเครื่องครับ
.
สำหรับสายการบิน Low Cost Airline ที่สุวรรณภูมินั้นจะต้องขึ้นรถบัสไปขึ้นเครื่องครับ ไม่ได้ใช้งวงช้าง
.
นกม่วง (สงขลา) ลำเล็กนิดเดียวเอง Boeing 737-400 HS-TDA “Songkhla”
.
บรรยากาศสนามบินยามเย็น
.
6 โมงกว่าๆ เครื่องบินก็เริ่มเคลื่อนตัวไปตามแท็กซี่เวย์ เริ่มมืดแล้วครับ
.
บรรยากาศภายในห้องผู้โดยสาร
.
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ขึ้นเครื่องบิน ตื่นเต้นดีครับ บอกไม่ถูกเลย แต่สำหรับมาร์คนั้นคงขึ้นมาจนชินแล้ว
เครื่อง Take Off ขึ้นมาก็มืดพอดี มองไปฝั่งทิศตะวันตกเห็นแสงสว่างที่เส้นขอบฟ้า โลกเราช่างกว้างใหญ่เสียจริง..
.
.
2 ชั่วโมง… ผ่านไป…
.
.
เวลา 2 ทุ่ม พวกเราก็เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินอยไบแล้วครับ เวลาเวียดนาม เท่ากับเวลาเมืองไทยเลย ไม่ต้องปรับนาฬิกา ทั้งๆ ที่ถ้าดูตามเส้นลองติจูดแล้ว เวียดนามอยู่ทางตะวันออกมากกว่าประเทศไทยตั้งเยอะ
.
เมื่อเดินผ่านด่าน ตม. หน้าดุออกมาได้แล้ว สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ หาแผนที่ฟรี ! แต่..หาไม่ได้เลย เมืองนี้ไม่มีแผนที่ฟรีแจกหรือไง !! สุดท้ายก็ต้องหาซื้อล่ะครับ เลยเอาเงิน US Dollar ไปแลกเป็นเงินดองเลย เพื่อที่จะได้นำไปซื้อแผนที่ แล้วก็จะได้มีเงินดองติดตัวไว้ใช้ซื้อของในเวียดนามด้วยครับ (ซื้อแผนที่ราคา 10,000 ดอง หรือประมาณ 20 บาท)
.
สนามบินอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตรครับ เพราะฉะนั้นเราต้องหาทางเข้าเมืองให้ได้
เมื่อเดินออกมาจาก Terminal ก็มี Taxi มาเสนอราคาว่าจะไปส่งที่ตัวเมืองฮานอยในราคา 5 USD แต่เรายังกล้าๆ กลัวๆ อยู่ เลยไม่ได้ตกลงไปด้วย ระหว่างนั้นก็มีคนขับรถตู้มาเรียก แต่สื่อสารกันไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย ได้ใจความมาว่าคิดค่าโดยสารคนละ 2 USD ครับ ก็เลยตกลง พอขึ้นไปบนรถ ปรากฏว่าผู้โดยสารเป็นคนไทยทั้งคันเลย :)
(กำลังตื่นเต้นกับการสื่อสารกับคนเวียดนาม เลยลืมถ่ายรูปรถตู้มาเลยครับ)
.
รถตู้มาจอดส่งที่ทะเลสาบ Hoan Kiem (หรือที่คนไทยเรียกกันว่าทะเลสาบคืนดาบ) บริเวณย่าน Old Quarter ซึ่งเปรียบได้กับบริเวณถนนข้าวสารของบ้านเรา ย่านนี้จะมีโรงแรมให้เราเดินเลือกกันได้ตามใจชอบเลยครับ Walk in ได้เลย
คืนนี้เราได้ที่พักในราคา 13 USD สภาพห้องดีมากๆ เพราะเป็นโรงแรมใหม่ ในห้องมีสัญญาณ Wifi ให้ใช้ด้วย โชคดีที่พก Laptop มาด้วย มีประโยชน์มากครับ เพราะจะได้ใช้หาข้อมูลสำหรับการเดินทางในวันต่อๆ ไป
.
เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยก็ออกมาหาอะไรกิน แต่ฝนก็ตกลงมาซะงั้น.. เลยนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม หรือที่เรียกกันว่า “เฝอ” ใกล้ๆ กับที่พัก แล้วก็กลับที่พัก อาบน้ำ นอนครับ
.
.
————————————- นอน คืนที่ 1 (ฮานอย – Hanoi) ————————————-
.
.
ตอนเช้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย เพราะก่อนหน้านี้อดนอนนั่งทำงานมาหลายคืนแล้ว ที่โรงแรมมีอาหารเช้าให้ด้วย เยี่ยมเลยครับ
.
เช้านี้วางแผนการใช้เงินก่อนครับ แล้วก็เปิดเน็ตหาข้อมูลสำหรับการเดินทางต่อไป
.
ช่วงสายๆ ออกจากโรงแรม วันนี้จะเดินทางไปเมืองฮาลองซิตี้ครับ อยู่ห่างจากฮานอยไปทางตะวันออกประมาณ 170 กิโลเมตร
นักท่องเที่ยวส่วนมากจะนิยมซื้อ Package Tour จากฮานอยไปล่องเรือที่ฮาลองเบย์กัน มีให้เลือกทั้งแบบ One Day Trip และ ค้างคืน แต่เราอยากลองนั่งรถประจำทางไปเอง ดูสิว่าจะไปได้ไหม..
.
มาเที่ยวเวียดนามต้องหัดข้ามถนนให้ดีนะครับ เทคนิคคือต้องมีความมั่นใจ เดินข้ามถนนด้วยความเร็วคงที่ แล้วคนขี่มอเตอร์ไซต์เขาจะกะระยะหลบเราเองครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราตกใจแล้วหยุดเดินเมื่อไหร่ล่ะก็.. โอกาสที่จะถูกชนก็มีสูงครับ
.
อยากจะเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแดง (Chuong Duong Bridge) แต่ก็เดินไม่ได้ครับ สะพานนี้ไม่อนุญาตให้คนเดินข้ามได้ เลยต้องจ้างมอเตอร์ไซต์รับจ้างให้ไปส่ง
.
ข้อมูลในเว็บต่างประเทศบอกว่า ให้ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่ง Gia Lam อะไรสักอย่างก็ไม่รู้ เหมือนว่าจะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยวิธีนี้กันเลย ็คุยกับมอเตอร์ไซต์รับจ้างก็ไม่รู้เรื่องอีก เขาเลยมาส่งเราแค่ที่ตีนสะพาน ต้องเดินมั่วไปอีก 2 กิโลเมตรครับ
.
ไม่แปลกใจเลยที่ได้เห็นรถชนท้ายกัน 4 คันรวด … ฝั่งนู้นครับ … การจราจรที่เวียดนาม เลวร้ายมาก
.
เดินชมบ้าน ชมเมืองไปเรื่อยๆ ร้านอาหารที่ฮานอยเกือบทั้งหมดจะใช้โต๊ะ กับเก้าอี้เตี้ยๆ กันครับ ไม่เมื่อยกันหรือไง
.
และแล้วก็เดินมาถึงสถานีขนส่ง Gia Lam ซึ่งไม่มีนักท่องเที่ยวเลย มองไปทางไหนก็มีแต่คนเวียดนาม
.
โชคดีที่เจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วพอจะฟังภาษาอังกฤษได้บ้าง เขาเลยช่วยออกตั๋วให้เราขึ้นรถคันนี้เพื่อไปลงที่เมืองฮาลองครับ
.
บรรยากาศภายในรถ ค่ารถคนละ 50,000 ดอง ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง (170 กิโลเมตร)
.
รถวิ่งมาได้ครึ่งทาง ก็มาจอดพักให้ลงไปกินข้าว เข้าห้องน้ำ อารมณ์เดียวกับรถทัวร์จอดแวะกลางทางที่นครสวรรค์เลยครับ
.
แต่สุขาที่นี่.. สุดยอดมาก สำหรับผู้ชายก็ยืนฉี่กันตรงนี้เลย
.
เราออกจากฮานอยช้าไปหน่อยครับ จึงทำให้มืดซะก่อนที่จะมาถึงฮาลองซิตี้ บรรยากาศสองข้างทางมืดและเปลี่ยวมาก แล้วเราก็ไม่สามารถสื่อสารกับคนที่อยู่บนรถได้เลย ไม่รู้ว่าจะต้องลงตรงไหน ไม่รู้ว่ารถจะเลยไปเมืองอื่นหรือเปล่า สองข้างทางก็ไม่ค่อยจะมีบ้านคน น่ากลัวมากๆ ครับ นั่งใจสั่นมาตลอดทาง.. แต่แล้วก็มาถึงจนได้ คนขับรถไม่ลืมครับว่ายังมีเราอยู่บนรถ เมื่อถึงแล้วก็จอดรถ และใช้ภาษามือสื่อสารมาให้เรารู้ว่าต้องลงได้แล้ว.. รถมาจอดส่งทิ้งเราไว้ที่กลางสี่แยกใหญ่นอกเมืองครับ จึงต้องนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าเมืองอีกคนละ 1 USD
.
มอเตอร์ไซต์ไปส่งที่ย่านโรงแรมเล็กๆ ในเมืองฮาลองซิตี้ เดินเลือกโรงแรม เก็บของเข้าห้อง แล้วก็รีบออกมาเดินเล่นเลยครับ
.
บริเวณชายหาด ริมอ่าวฮาลองนี้มีร้านขายของที่ระลึกมาตั้งเป็นแผงใหญ่เลยครับ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวไทยกันนี่เอง
.
เริ่มหิวแล้ว เดินไปหาร้านอาหาร
.
เดินผ่านคลีนิคทำฟัน.. มองเข้าไปเห็นเตียงคนไข้เลย โจ่งแจ้งมาก !!
.
และแล้วก็เจอร้านข้าว เป็นร้านข้าวแบบชาวบ้านๆ กินกันครับ ร้าน “ข้าว” ภาษาเวียดนามอ่านออกเสียงว่า Kerm
.
กับข้าวชุดใหญ่คนละ 2USD ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง แต่รู้ว่าเยอะๆ มากๆ กินกันพุงกางเลย
.
กินข้าวเสร็จแล้วก็เดินไปดูของที่ซุปเปอร์มาเก็ตกัน ในเวียดนามไม่ค่อยมีร้านสะดวกซื้อเลยครับ เข้าใจว่าร้านนี้คงเปิดเพื่อขายของฝากให้นักท่องเที่ยวซะมากกว่า
.
เดินดูของกันอยู่นาน ก็มาจ่ายเงินที่หน้าร้านครับ
.
เดินเล่นอีกสักพัก อากาศเย็นสบาย ค่อนข้างไปทางหนาว แล้วก็กลับมานอนที่โรงแรมครับ คืนนี้ได้โรงแรมราคาประหยัดแค่ 7 USD เท่านั้น
.
.
————————————- นอน คืนที่ 2 (ฮาลอง ซิตี้ – Ha Long City) ————————————-
.
.
เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมา อากาศหนาวๆ ออกมารับลมหนาวที่ระเบียงห้องพัก
.
วิวจากระเบียงห้องพัก
.
ทำธุระส่วนตัว เก็บของ จัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ลงมาด้านล่าง หน้าตาโรงแรมเป็นตึกแล้วแบบนี้ล่ะครับ
.
เดินข้ามถนนมานั่งกินอาหารเช้าครับ “เฝอ” ร้อนๆ กับอากากาศหนาวๆ เยี่ยมไปเลย !!
.
เช้าวันนี้เราจะไปล่องเรือในอ่าวฮาลองกัน (Ha long Bay) จากโรงแรม ก็นั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างมาที่ท่าเรือ ไม่ไกลมากครับ
.
ค่าเรือคนละ 30,000 ดอง (2USD)
.
ลงเรือแล้วครับ มีเรือมาจอดรอนั่งท่องเที่ยวเยอะมากๆ เป็นร้อยๆ ลำเลย
.
เรือเริ่มออกแล้ว .. ส่วนใหญ่เวลาลงเรือ เขาจะไปกันเป็นกรุ๊ปทัวร์ แต่เรานี่ไปกันแค่สองคน เลยต้องไปร่วมกับกรุ๊ปใหญ่ ทีนี้พวกเราก็เลยกลายเป็นตัวประหลาดสองตัวบนเรือนำนั้นไปเลย T_T แต่ก็ไม่เป็นไรครับ .. เพราะกัปตันเรือดูท่าทางเป็นมิตรกับเราสองคนมาก ถึงแม้จะคุยกันไม่รู้เรื่องเลยสักคำ
.
มองไปไกลๆ จะเห็นสะพานแขวนบ๋ายเจ่ย (Bai Chay) เพิ่งเปิดใช้มาไม่กี่ปีนี่เอง
.
ตอนที่เรือเริ่มออกจากฝั่ง ฝนตกลงมาปอยๆ สักพัก.. พอฝนเริ่มหยุด เลยได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือครับ
.
มีเรืออีกลำกำลังตามมาติดๆ
.
กัปตันเรือปีนขึ้นมาบนดาดฟ้า เพื่อมาทักทายกับเรา แต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง พยายามอยู่นานก็ไม่สำเร็จครับ T_T มึนไปเลย
.
เรือจะจอดให้ลงไปชมถ้ำที่อยู่บนเกาะ เราต้องจำหมายเลขเรือเอาไว้ด้วยนะครับ เพราะมีเรือเยอะมาก เดี๋ยวขากลับจะขึ้นผิดลำ
.
ลงเรือแล้วก็เดินไปตามทาง
.
ปีนเขานิดหน่อย สบายมากครับ
.
เข้ามาในถ้ำแล้ว
.
ภายในถ้ำก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก เราไม่มีไกด์บรรยายให้ฟังด้วย ยิ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้แต่ว่าถ้ำพระยานครที่ประจวบฯ สวยกว่าเยอะเลยครับ :P
.
บนเกาะมีจุดชมวิว จะเห็นว่ามีเรือนักท่องเที่ยวมาจอดเยอะเลย
.
มองไปไกลๆ ก็จะเห็นฝั่ง เป็นเมืองฮาลองซิตี้
.
เดินชมถ้ำเสร็จแล้วก็ขึ้นเรือเพื่อไปชมที่อื่นๆ ต่อ
.
มีเรือเล็กพายมาขายผลไม้
.
ระหว่างที่อยู่บนเรือ เราก็เดินสำรวจกันซะรอบเรือเลย เพราะไม่รู้จะไปนั่งตรงไหน ที่นั่งในเรือให้พวกกรุ๊ปทัวร์นั่งหมดแล้ว
.
ห้องน้ำบนเรือลำข้างๆ
.
ขึ้นไปนอนเล่นบนดาดฟ้าเรือครับ
.
ฮาลองเบย์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจาก UNESCO ด้วยนะครับ มีเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 700 เกาะในพื้นที่ทางทะเล 433 ตารางกิโลเมตร
.
เหมือนเขาตะปูมั้ยครับ..
.
กระชังเลี้ยงปลา
.
เรือจอดให้ลงไปชมกระชังเลี้ยงปลาครับ
.
เจ้าของกระชังเลี้ยงปลาหวังจะให้นักท่องเที่ยวซื้อ กุ้ง หอย ปู ปลา ขึ้นไปปรุงอาหารกันบนเรือครับ
.
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครซื้อเลยสักคน ได้แต่ดูอย่างเดียว .. เจ้าของกระชังปลาดูออกว่าเราเป็นคนไทย เลยพูดชื่อปลาเป็นภาษาไทยกับเราด้วย แต่ก็รู้แค่ไม่กี่ชนิด มาร์คเลยสอนการเรียกชื่อปลาให้ซะเลย :P แถมชื่อวิทยาศาสตร์ให้ด้วย 555+ มึนกันไปทั้งกระชังเลยครับ
.
กัปตันเรือก็เชียร์ให้ซื้ออย่างไม่เลิกลา คงเพราะอยากจะได้ค่าปรุงอาหารมั้งครับ
.
เมื่อไม่มีใครซื้อเลย ก็… ออกเรือ เดินทางต่อ
.
นี่ครับ กรุ๊ปทัวร์บนเรือของเรา มีแต่ลุงๆ ไม่มีสาวๆ เลยสักคน
.
นั่งเรือชมวิวไปเรื่อยๆ เที่ยงแล้วก็ยังไม่ค่อยมีแดด อากาศยังคงเย็นอยู่ทั้งวัน
.
ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการล่องเรือชมฮาลองเบย์ คุ้มค่ามากๆ เลยครับกับราคาตั๋วเพียงแค่ 30,000 ดอง ( 2 USD หรือประมาณ 70 บาท)
.
ล่องเรือเสร็จแล้วก็กลับมาเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม แล้วก็ออกมานั่งรอรถเมล์ที่ป้ายครับ
.
เราต้องนั่งรถเมล์ไปที่ท่ารถ เพื่อที่จะต่อรถกลับฮานอย รถเมล์ท้องถิ่น มีนักเรียนเวียดนามขึ้นมาแน่นเลยครับ
.
มาลงที่สี่แยกนอกเมือง ที่เมื่อคืนนี้นั่งรถมาลง
.
เดินไปเรื่อยๆ อีก 200 เมตรจากสี่แยก ก็จะเห็นท่ารถ
.
เดินเข้าไปเลยครับ
.
ขอซื้อตั๋วรถกลับฮานอยหน่อยคร๊าบบ…
.
รถโดยสารประจำทางที่ท่ารถฮาลอง
.
รถออกแล้ว เราก็นั่งดูบรรยากาศสองข้างทางไปเรื่อยๆ
.
รถมาจอดแวะกลางทางอีกแล้วครับ คราวนี้อารมณ์เหมือนแม่กิมไล้ที่เพชรบุรี
.
ระหว่างทาง ก็นั่งดูชีวิตคนเวียดนามไปเรื่อยๆ
.
ร้านขายแว่นตา
.
เข้าเขตฮานอยแล้วครับ สะพานที่เห็นมีชื่อว่า Long Bien Bridge
.
รถวิ่งมา 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็กลับมาถึงฮานอย กลับมาพบการจราจรที่วุ่นวายเหมือนเดิม
.
รถบนถนนที่ฮานอยนี่เขาจะบีบแตกันตลอดนะครับ ขับไปบีบไป แบบไม่มีเหตุผล แรกๆ จะรำคาญมาก แต่อยู่ๆ ไปจะชินไปเองครับ
.
รถมาจอดส่งที่สถานีขนส่ง BX. Luong Yen
.
นี่คือรถคันที่เรานั่งมาครับ
.
พอลงรถแล้วก็เดินไปเรื่อยๆ คิดไว้ว่าจะกลับไปนอนโรงแรมเดิมที่มานอนคืนแรก
.
คืนนี้จะเป็นคืนคริสมาสต์อีฟครับ ก็เลยได้เห็นซานต้าตัวน้อยๆ ออกมาปรากฏตัว
.
เดินไปโรงแรมเดิม ปรากฏว่าคืนนี้ห้องพักเต็มหมดแล้ว
.
ก็เลยต้องไปหาโรงแรมอื่นครับ ได้ห้องใหญ่มาก แต่ว่าเก่า และดูวังเวงไปหน่อย
.
เก็บของเข้าที่พัก ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ออกมาหาอะไรกินกันครับ วันนี้ขอลองนั่งกินข้างถนนเหมือนเดิม เขาเรียกกันว่าอะไรไม่รู้ แต่ดูเหมือนกับหมูกะทะที่บ้านเรา
.
นั่งกินกันข้างถนนแบบนี้ล่ะครับ มีอยู่หลายร้านให้เลือกเลย
.
บรรยากาศยามค่ำคืนในย่าน Qld Quarter
.
ตุ๊กตาสาวเวียดนาม
.
ร้านอาหารทะเลข้างถนน
.
ร้านแบรนด์เนมกำลังเตรียมเปิดตัวในฮานอยเร็วๆ นี้
.
ค่ำคืนนี้คึกคักมากเป็นพิเศษครับ หนุ่มสาวชาวเวียดนามจะออกมาเดินรอบทะเลสาบคืนดาบกัน
.
มานั่งพักที่บาร์ริมถนน
.
สั่งน้ำผลไม้มา 1 แก้ว นั่งดูแผนที่
.
ยิ่งดึก รถก็ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะมีมหกรรมอะไรเกิดขึ้น
.
บริเวณวงเวียนทิศเหนือของทะเลสาบคืนดาบ
.
มีตำรวจมาดูแลความเรียบร้อย
.
สาวเวียดนามน่ารักมั้ย.. :P
.
มอเตอร์ไซต์วิ่งกันเต็มถนนเลย
.
ว่าจะซื้อลูกโป่งไปให้เด็กสักใบ :P
.
บนทางเดินรอบทะเลสาบคืนดาบจะมีแม่ค้าเอาของมาวางขายครับ และนี่คือหมึกย่าง กลิ่นหอมเชียว
.
ของที่ระลึกทำจากสนสามใบ
.
คืนนี้อากาศเย็นมากครับ อยากให้กรุงเทพฯ อากาศเย็นแบบนี้บ้าง
.
เราเดินตามทางเดินรอบทะเลสาบไปเรื่อยๆ คนเยอะมากครับ
.
สงครามสงบแล้ว แต่เวียดนามยังเกลียดอเมริกาอยู่
.
อนุสาวรีย์ของพระเจ้าลี้ไทโต (Ly Thai To) กษัตริย์เวียดนามผู้ก่อตั้งกรุงฮานอย
.
วัยรุ่นเวียดนามเล่นไฟเย็นกันอย่างสนุกสนาน เราใช้เวลาเดินเรื่อยเปื่อยรอบทะเลสาบอยู่นานจนดึก แล้วก็เดินกลับที่พักครับ
.
ผ่านร้าน DVD เลยเข้าไปดู.. ที่นี่เขาเอาหนังหลายๆ เรื่องของพระเอกดังๆ แต่ละคนมารวมไว้ในแผ่นเดียวกัน อย่างที่เห็นในรูปมี DVD ของ Brad Pitt ก็จะมีแต่หนังที่ Brad Pitt แสดง เอามารวมกันไว้หลายๆ เรื่องให้อยู่ใน DVD แผ่นเดียว ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยทำแบบนี้หรือเปล่า ?
.
.
————————————- นอน คืนที่ 3 (ฮานอย – Hanoi) ————————————-
.
.
เช้านี้ตื่นมาด้วยความสดชื่น ออกมาชมวิวที่ระเบียงห้องอีกเช่นเคย
.
แล้วก็ลงมาด้านล่างครับ เห็นป้ายโปรโมชั่นของนกแอร์ตั้งอยู่
.
กินอาหารเช้าที่โรงแรมจัดให้ครับ โต๊ะสวย แต่ให้กินแค่นิดเดียวเอง :( (ลืมถ่ายรูป)
.
กินเสร็จแล้วก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วก็ออกไปเดินเล่น หาที่พักใหม่ด้วยครับ ไม่นอนที่นี่แล้ว
.
งอบ หรือหมวกของเวียดนาม เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้เลย
.
ในเวียดนาม เราจะเห็นขนมปังฝรั่งเศสวางขายกันทั่วไปตามข้างถนน มีมาตั้งแต่สมัยที่เวียดนามเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสแล้วครับ แต่คนเวียดนามจะนำขนมปังมาใส่ไส้ ประยุกต์เป็นอาหารลักษณะเฉพาะของเวียดนามเอง
.
หน้ากาก
.
เดินหาที่พักใหม่ไปเรื่อยๆ
.
รถสามล้อสำหรับแขกของโรงแรมครับ ที่เวียดนามมี Sofitel ด้วย
.
สินค้าหลายๆ อย่างของไทยก็ถูกนำเข้ามาขายในเวียดนาม ทั้งเครื่องดื่ม ผงซักฟอก และของใช้อื่นๆ
.
เดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอที่พักใหม่ คราวนี้หรูเลยครับ ไหนๆ ก็เป็นคืนสุดท้ายในเวียดนามแล้ว ขอสบายหน่อยก็แล้วกัน ห้องพักของโรงแรมนี้ราคา 35 USD แต่ใช้ความสามารถพิเศษทำหน้าเศร้าๆ เล็กน้อย ต่อรองได้จนเหลือ 22 USD (700 กว่าบาท) แต่ก็ยังถือว่าเป็นราคาที่แพงที่สุดในการเดินทาง 4 คืน
.
เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วก็ออกมาเดินเล่นต่อ ที่เวียดนามนี่ก็ฮิตซีรี่เกาหลีไม่แพ้ไทยนะครับ
.
หนังสือแฟชั่นก็มี
.
และนี่คือรถ Snack Car น่าจะเป็นของเกาหลี มีขนมอร่อยๆ ขายอยู่หลายเมนู
.
ไอศกรีมของ Snack Car นี่อร่อยมากครับ โคนก็ทำจากแป้งทองม้วน หอม อร่อยมากกกก…
.
เดินมานั่งพักริมทะเลสาบคืนดาบ ตามม้านั่งบริเวณรอบๆ ทะเลสาบ เราจะเห็นหนุ่มสาวชาวเวียดนามหลายคู่มานั่งจู๋จี๋กันอย่างดูดดื่มเลยทีเดียว
.
ช่วงบ่ายวันนี้ เราจะเดินเล่นในย่าน Old Quarter ตามเส้นทางแนะนำในหนังสือ Lonely Planet ครับ เริ่มต้นกันที่สะพานแดง
.
สะพานแดง เป็นสะพานข้ามไปยังวัดหงอกเซิน ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบคืนดาบ
.
ค่าบัตรเข้าชมวัดหงอกเซิน (Ngoc Son Temple) ราคา 3,000 ดอง (7 บาท)
.
เดินขึ้นมาบนสะพาน
.
บรรยากาศภายในวัดบนเกาะกลางทะเลสาบครับ วันนี้นักท่องเที่ยวไม่มากนัก
.
เดินเข้าไปภายในอาคารเล็กๆ บรรยากาศชวนทำให้ย้อนเวลากลับไปในสมัยนั้นเลย
.
นักท่องเที่ยวที่มากันเป็นครอบครัวครับ ดูอบอุ่นดีจัง
.
เต่ากับดาบวิเศษ
.
หลังจากที่ชมวัด และสะพานแดงแล้วเราก็เดินดูบ้านเมืองไปตามถนนเล็กๆ ในเมือง
.
สาวเวียดนามในชุดประจำชาติ
.
อ้าวว .. ชนกันอีกแล้ว ชิ้นส่วนหลุดกระจายเลย
.
เปา
.
เดินเล่นไปเรื่อยๆ จนหลงเข้าไปในตลาด แม่ค้าร้านนี้เลยเรียกให้แวะกินข้าวก่อน ซึ่งเราก็หิวกันพอดี
.
มีกับข้าวให้เลือกหลายอย่างเลยครับ แต่ว่าแม่ค้าเค้าจะตักทุกๆ อย่าง รวมๆ กัน ราดจานข้าวมาให้เราเลย
.
ตักมาให้จนล้นจานเลยครับ จานละ 15000 ดอง (ประมาณ 1 USD หรือ 33 บาท)
.
กินอิ่มแล้วก็เดินดูตลาดต่อไป
.
บรรทุกได้เยอะดีจริงๆ
.
ซื้อพวงกุญแจ
.
ที่ฮานอยมีร้านเกมส์ด้วยนะครับ ทั้ง PC และ Console เลย แต่ว่าก็ไม่ได้มีเยอะเหมือนในกรุงเทพฯ
.
มีร้าน adidas ด้วยครับ
.
ตำรวจจับรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดในที่ห้ามจอด
.
เดินมาเรื่อยๆ จนถึงโบสถ์ Joseph’s Cathedral
.
ที่ลานหน้าโบสถ์มีนักเรียนเวียดนามมาจับกลุ่มเล่นกัน คงเป็นเวลาเลิกเรียนพอดี
.
นักเรียนสาวเวียดนาม
.
หลังจากที่เดินดูสาวเวียดนาม เอ้ยย.. เดินดูบ้านเมืองจนเหนื่อยแล้ว ก็เลยมาหาที่นั่งพักในร้านกาแฟครับ
.
ร้านกาแฟบริเวณวงเวียน ทิศเหนือของทะเลสาบคืนดาบ อยู่ชั้น 3 วิวดีเลยครับ
นั่งยาว ไม่ลุกไปไหนเลย
.
นั่งชิวกันอยู่ในร้านกาแฟจนค่ำ
.
หลายชั่วโมงผ่านไป ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ร้านกาแฟ แล้วก็เดินต่อ
.
แผงหนังสือในฮานอย มีโคนันภาษาเวียดนามด้วยครับ
.
เมื่อวานติดใจหมูกะทะ วันนี้เลยขอกินอีกละกัน แต่ลองเปลี่ยนร้าน ปรากฏว่าร่อยสู้ร้านคืนก่อนไม่ได้เลย
.
.
————————————- นอน คืนที่ 4 (ฮานอย – Hanoi) ————————————-
.
.
เช้าวันนี้ตื่นสายๆ ลงมากินอาหารเช้าฟรีของโรงแรม หรูดีครับ :P
.
และแล้วเช้าวันสุดท้ายในเวียดนาม ฝนก็ตกลงมา อากาศก็หนาวเข้าไปอีก
.
Tourist Information Center อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมที่เราพักเลยครับ (ทิศเหนือของทะเลสาบคืนดาบ) สามารถเข้าไปขอข้อมูลการท่องเที่ยวด้าน และแผนที่ฟรีได้ เจ้าหน้าที่ด้านในยิ้มแย้มดีมากเลย แต่เรามารู้ก็วันสุดท้ายซะแล้ว T_T ไม่ทันได้สังเกตุกันเลย
.
ฝนตก ก็เลยต้องมานั่งชิวกันอีกที่ร้านกาแฟร้านเดิม อากาศเย็นมากๆ
.
นั่งอยู่ในร้านกาแฟนานหลายชั่วโมง จนฝนเริ่มหยุด จึงออกไปเดินในเมืองกันอีกรอบ
.
มื้อบ่ายวันนี้ก็มากินอะไรสักอย่างตามรูปนี้ล่ะครับ เรียกไม่ถูก ดูเหมือนจะเป็นสเต็ก กินกับขนมปังฝรั่งเศส
.
เดินหาซื้อขอฝาก
.
เดินดูของฝากกันจนเย็น แต่ก็ไม่ได้อะไรเลย กลับมาเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม แล้วก็เดินไปท่ารถตู้ที่จะไปสนามบินนอยไบครับ
.
ผ่านทะเลสาบคืนดาบเป็นครั้งสุดท้าย ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสกลับมาอีกมั้ย ยังไม่อยากกลับกรุงเทพฯ เลย :(
.
ก่อนจะถึงท่ารถตู้ คนขับ Taxi มาดักรอชวนให้เรานั่งไปสนามบินในราคา 5 USD ก็เลยตกลงไปด้วยครับ
.
เค้าท์เตอร์นกแอร์เปิดแล้ว
.
ไฟลท์ DD3209 ไปกรุงเทพฯ ออกเวลา 2 ทุ่มครึ่ง กรุงเทพฯ อยู่ห่างจากที่นี่ 2 ชั่วโมง มันช่างใกล้กันเหลือเกิน ยังไม่อยากกลับเลย เฮ้อ :(
.
เดินถือหมวกขึ้นเครื่องเลย
.
มานั่งรอที่ Gate 6 ครับ
.
Gate เปิดแล้วก็เดินขึ้นเครื่อง
.
นกม่วง สงขลา Boeing 737-400 ลำเดิม
.
ข้างๆ มีเครื่องของการบินไทยจอดอยู่
.
เครื่องออกจากฮานอย 2 ทุ่มครึ่ง มาถึงกรุงเทพฯ 4 ทุ่มกว่าๆ ครับ
.
กลับถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
.
เฮ้อๆ ถึงกรุงเทพฯ แล้วเหรอนี่ อุณหภูมิต่างกันมาก ถอดเสื้อกันหนาวแทบไม่ทัน .. เดินขึ้นมาผ่าน ตม. รับกระเป๋าที่ช่อง 20
.
เดินขึ้นไปชั้น 2 หาข้าวกิน เอารูปทั้งหมดจากทุกกล้องมารวมกัน
และแล้วการเดินทางในเวียดนาม 4 คืน 4 วัน ก็จบลง.. หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตในฮานอย ได้เดินทางไปฮาลอง ได้หาของกินแปลกๆ ได้นั่งชิวๆ ในร้านกาแฟลืมโลก ตัวสั่นกับอากาศหนาวๆ ในที่สุดเราก็สามารถรอดชีวิตกลับมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมกับเรื่องราวมากมาย เรื่องที่น่าประทับใจ เรื่องตื่นเต้น เรื่องสนุกๆ และประสบการณ์การเดินทางที่มีค่า รวมถึงความรู้ในเรื่องราวของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามที่มีมากขึ้น
หลายคนที่เคยไปเวียดนามมาแล้วจะบอกว่า คนเวียดนามไม่ค่อยเป็นมิตร เอาเปรียบนักท่องเที่ยวทุกอย่าง เมืองก็วุ่นวายไม่น่าอยู่เลย.. ใช่แล้วครับ มันเป็นเรื่องจริงอย่างที่หลายคนบอกจริงๆ แต่ถ้าเราเปิดใจ ไม่คิดมาก ยอมรับความแตกต่างในวัฒนธรรม และระมัดระวังตัว ก็จะสามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขครับ :)
ขอบคุณนะครับ ที่ได้ติดตามอ่านบันทึกการเดินทางของผมตั้งแต่ต้นมาจนถึงบรรทัดนี้
โอกาสหน้า พร้อมจะไปด้วยกันอีกไหมครับ ?
สวัสดีครับ :P
( ชมภาพถ่ายทั้งหมด 784 ภาพ Thumbnails | Detail | Slide Show )
.
ข้อแนะนำที่น่าจะเป็นประโยชน์ จากประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้
- การเดินทางไปเวียดนาม ไม่ต้องขอวีซ่า เพียงแค่มีหนังสือเดินทาง (Passport) ก็สามารถเดินทางไปได้เลย
- การซื้อตั๋วเครื่องบิน ปัจจุบันมีสายการบินต้นทุนต่ำเปิดบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ (BKK) – ฮานอย (HAN) โดยจะมีโปรโมชั่นออกมาเป็นระยะๆ โดยที่เราจะมีสิทธิ์ซื้อตั๋วไป-กลับ ได้ถูกที่สุดในราคาประมาณ 3,300 บาท (ม.ค. 2551)
- ราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮานอย ของนกแอร์ และ Air Asia ราคาพอๆ กันครับ
- นกแอร์ ซื้อตั๋วทางอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต สามารถไปชำระได้ที่ร้าน 7-Eleven ใกล้บ้านคุณ หรือตู้ ATM ก็ได้ / สามารถเลือกที่นั่งที่ต้องการได้
- Air Asia การซื้อตั๋วทางอินเตอร์เน็ตจำเป็นต้องมีบัตรเครดิต / เลือกที่นั่งก่อนไม่ได้
- ควรเตรียมตัวหาข้อมูลการเดินทาง ท่องเที่ยว จากอินเตอร์เน็ต และหนังสือไกด์บุ๊คให้พร้อม
- การเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง มีหลายวิธี รถเมล์ 5,000 ดอง (ถูกมาก) / รถตู้ 2 USD / Taxi ไม่เกิน 10 USD
- สนามบินอยู่ห่างจากเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร
- ราคาของโรงแรมราคาประหยัดย่าน Old Quarter อยูที่ 10 – 15 USD น้ำอุ่น ทีวี Wifi อาหารเช้า
- โรงแรมที่เวียดนามจะยึด Passport เอาไว้ จ่ายค่าห้องตอนเช็คเอ้าท์
- ตอนเช็คเอ้าท์จากโรงแรม อย่าลืมเรียกคืน Passport
- เอาเงินบาทไปแลกเป็นเงิน US Dollar ที่กรุงเทพฯ
- นำเงิน US Dollar ไปแลกเงินดองที่สนามบินฮานอย ไม่ต้องแลกมาเยอะ เพราะเราสามารถใช้ US Dollar จ่ายค่าโรงแรม ค่ารถ ค่า Taxi ในฮานอยได้
- เมื่อไปถึงฮานอย ควรไปศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่ Tourist Information Center ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของทะเลสาบคืนดาบ และรับแผนที่ฟรีได้ที่นี่
- การไปเที่ยวฮาลองเบย์ (Halong Bay) แนะนำให้ซื้อทัวร์จากโรงแรม หรือร้านขายทัวร์ในฮานอยได้เลย One Day Trip ราคาประมาณ 15 USD ไม่ควรไปเองแบบผม ถึงค่าใช้จ่ายจะถูกกว่า แต่ก็ถูกกว่ากันนิดเดียว ไม่คุ้มเมื่อเทียบกับความสะดวกสบายที่จะได้รับ
- สามารถต่อราคาสินค้า และของที่ระลึกได้แบบสุดๆ ลดได้มากกว่าครึ่ง
- เป้ Backpack ราคาถูกกว่าที่จตุจักรมาก
- คนเวียดนามดูไม่ค่อยเป็นมิตร จ้องแต่จะเอาเงินจากเราให้ได้มากที่สุด โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เงิน
- อย่าเดินข้ามถนนแบบลังเล ต้องมีความมั่นใจ เดินด้วยความเร็วคงที่ ห้ามหยุด
- สถานที่ห้ามพลาดในฮานอย ทะเลสาบคืนดาบ สะพานแดง โชว์หุ่นกระบอกน้ำ สุสานโฮจิมินห์ (แต่ว่าเราพลาด)
- ใครมีข้อมูลเพิ่มเติม หรือเห็นว่าข้อมูลผมผิด ช่วยแนะนำเพิ่มเติมได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ













































































































































































































































โดไปฮานอย แต่กั๊กอ่ะนอยอยู่ห้อง
donuzz: หายนอยได้แล้ว.. ได้ใบเขียวนี่นา
โอ้ย อยากไปเว้ย
สรุปค่าใช้จ่ายให้หน่อยดิ ^^
ปล ไม่มีรูปสาวๆ เลย น้อยใจ รูปเด็กน้อยซานต้าน่ารักสุด
donuzz: สรุปค่าใช้จ่ายให้แล้วคร้าบ.. อยู่ด้านบนๆ ใช้ไปคนละ 2,600 บาท + ค่าเครื่องบินไปกลับอีกคนละ 4,975 บาท (ถ้าจะหาจริงๆ จะได้ถูกสุด 3,300 บาท)
สักวันเราจะไปแบบนี้บ้าง :)
donuzz: ห้ามพลาดนะครับ :P
รูปสวยครับ เป็นบันทึกการเดินทางที่เห็นแล้วก็น่าจะหาโอกาสไปบ้าง
donuzz: ขอบคุณนะครับ.. :)
ชอบวิธีข้ามถนน ชอบวิธีเล่าเรื่อง และชอบวิธีการถ่ายภาพ เที่ยวกันแบบสุดใจขาดดิ้นเลยนะเนี้ย สู้ตายจริงๆ แรงเยอะมาก เจ๋งจริงๆ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวจังงงงงง
donuzz: ขอบคุณนะครับ.. ถ้ามีโอกาสก็ไปให้ได้นะครับ :)
รูปสวยและเยอะดีครับ แต่มันโหลดช้าไปหน่อย (สงสัยเพราะเก็บไว้ที่ flickr แต่ละรูปใหญ่ๆ ทั้งนั้น)
วันนึง คงได้ไปบ้างเนอะ ฮานอยเนี่ย
donuzz: ขอบคุณครับ.. ถ่ายรูปมาเยอะมาก จะคัดออกก็เสียดาย.. เรื่องนี้เลยยาวมากๆ เลย.. รูปดึงมาจาก Flickr นี่ก็โหลดช้าอีก
อ่านแล้วอยากไปด้วยเลยครับ ชอบจริงๆ เที่ยวแบบนี้
แต่น่าจะมีรูปนักศึกษาสาวใส่ชุดอ๋าวใหญ่สีขาวนะครับ อิ อิ
donuzz: ตอนที่ไปไม่เห็นนักศึกษาใส่ชุดอ๋าใหญ่เลยครับ หาไม่เจอเลย เห็นแต่ในโปสต์การ์ดครับ
สุดยอด ขอบคุณมากครับ
ผมคิดอยู่ว่า จะพาแฟนไปเที่ยวไหนดี
เท่าที่อ่านมา เข้าท่ามากเลย แถมค่าใช้จ่ายไม่เยอะด้วย
ปล.ผมว่าคุณ donuzz เขียนเก่งดีนะครับ เวลาเล่าเรื่อง
ไปเที่ยว ลองเขียนเรื่องแล้วส่งไปสำนักพิมพ์ดูบ้างซิครับ
ปล2.อยากรู้ว่าในมุมมองคุณdonuzz สาวเวียดนาม
กับสาวไทย ฝั่งไหนสวยกว่ากันครับ อิอิ
donuzz: ขอบคุณนะครับ เลยกลายเป็นว่าเขียนแต่เรื่องท่องเที่ยว ไม่ได้เขียนเรื่อง IT เลย :( .. สำหรับมุมมอง ผมว่า..สาวเวียดนามหุ่นดีแทบทุกคนเลย แต่สาวไทย สวย+น่ารัก กว่าอยู่แล้วคร้าบบ :P
^^
ชิวดีนะ
ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเยอะแยะเลย
ไว้คราวหน้าต้องไปมั่งแล้ว
ใช้ชีวิตคุ้มค่าดีแฮะ
เปรี้ยวนะเนี่ยไปฮาลองเบย์ด้วยตัวเอง
เราชอบฮานอยที่สุดตอนข้ามถนนนี่แหละ มันส์ดี
จัดเข้า list: Things to do before you die ได้เรย 555
มีประโยชน์มากค่ะ thx มากๆ
เพิ่งรู้ว่าไปเที่ยว ฮานอยไม่ต้องทำวีซ่านะเนี้ย นึกว่าต้องทำ ไว้มีโอกาสจะไปบ้างโฮะ ๆ
สวัสดี คุณเล่าเรื่องได้น่ารักดี พอจะบอกชื่อโรงแรมที่ไปพักได้มั้ยค๊ะดูทีละชอตทีละภาพกับเพื่อนๆอยากไปจังไปแถบๆบ้านเราเล่าอีกนะค๊ะอยากดูพม่า ลาว นำเที่ยวหน่อยสนุกดี ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ จะไปค่ะตั้งใจแล้ว
น่าอิจฉาครับ
รูปสวย เล่าเรื่องเยี่ยม
ไปเวียดนามมา 1 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ออกไปลุยแบบนี้เลย
บรรยายเรื่องได้ แจ๋วเลยคับ
ชอบมาก *0*
ผมขอเอาข้อมูลของคุณ Donuzz ไปใช้ทำรายงานส่งอาจารย์หน่อยได้แมะคับ
ฮ่า ๆ ขออนุญาติก่อน
พ่อผมเป็น คนเวียดนามเหมือนกัน แต่ผมยังไม่เคยไปเที่ยวที่นู๊นเลย
เห็นแล้วอยากไปมั่งจัง
ขอบคุณทุกคนนะครับ :)
@พังพอนป่วน* : ขอบคุณนะครับ เอาข้อมูลไปใช้ได้เลย … แต่งงว่า จะเอาไปทำวิชาอะไรเหรอครับ
@ขลุกขลิก: ต้องลุยๆ :P
อ่อ *0* ภาษาไทยคับ
เกี่ยวกับ สารคดี ท่องเที่ยวหน่ะ
เห็นของคุณ Donuzz น่าสนใจ เลยอยากนำข้อมูลไปใช้หน่ะคับ *0*
ขอบคุณ มากคับ
เพิ่งเข้ามาดูครั้งแรก..
ไปเที่ยวอย่างนี้คงสนุกน่าดูเลยนะ
ได้เจอสิ่งที่เราไม่เคยเจอ
ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น
ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ
ต้องหาเวลาไปเที่ยวแบบนี้บ้างแล้วล่ะ
สวยมากๆๆ
ใครไปเที่ยวเวียดนาม แล้วคิดถึง รสชาติกาแฟอันดับหนึ่งของเวียดนาม G7 3in1 ตอนนี้มีตัวแทนในประเทศไทย ติดต่อที่ บริษัท จารุ มาเก็ตติ้ง 2007จำกัด โทร.074-439188 นะค่ะ
อยากรู้เรื่องเกี่ยวกลับรูปที่ถ่ายอะครับว่าใช้กล้อง+เลนส์อะไร
แล้วมีเทคนิคอะไรถึงถ่ายได้คมชัดมากๆ ชอบๆรูปสวยดี
อยากเที่ยวบ้างจัง
รูปสวยดี
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลมากๆครับ
กำลังวางแผนกำลังจะไป
ชอบดูครับเป็นข้อมูลที่ดี รูปมากดี มีรูปเที่ยวที่อื่นให้ดูอีกมั้ยครับ
รูปสวยคะ รูปถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีจิงๆ
เขียนเรื่องได้น่าอ่าน รูปสวย
อยากไปอย่างนี้บ้างค่ะ แต่ไม่มีใครไปด้วย คงต้องไปกับทัวร์
ขอบคุณสำหรับการเล่าเรื่องที่ดีๆ สนุก น่าสนใจ
พร้อมภาพถ่ายที่เจ๋งๆ
ยังกะได้ไปเองเลยเชียว
เลยมาขอข้อมูลที่จะไปในไม่กี่วันนี้ค่ะ
แต่ ไปกะทัวร์คงไม่มันส์แบบนี้แน่เลย
จะไปฮานอยสิ้นเดือนเนี้ยแระ..แต่สมองยังกลวงอยู่เลย ได้ตั๋วขากลับมาโดยบังเอิญ
ไม่เคยไปเองซะด้วยดิ…ทำไม walk in hotel รร.ไม่แพงอะ แต่ที่เราจองหน้า web ต่ำสุด
22USD แถมจองรถตู้ไปรับคิดเกือบ 500 บาทไทยแล้วอะ…ง่า…
คือว่ากัวอะ…หญิงไทยใจเด็ดเดี่ยวจะไปฮานอยคนเดียว….ดีไม๊เนี้ย(เห็นแก่ตั๋วฟรี)
มีใครจาแนะนำนู๋ก่อนไม๊….ช่วยลูกนกตาดำๆด้วยเต๊อะ
ได้ข้อมูลเยอะมากๆเลย จะได้ไปเร็วๆนี้แหละ ขอบคุณนะคะที่มีสิ่งดีๆมาฝากกัน
คืนสุดท้ายที่ฮานอย นอนที่โรงแรม ชื่ออะไร ครับ อยากไปพักบ้างจะเดินทางเดือนกุมภาพันธ์ 2552
คุณหลานเขียนสนุกมากค่ะ ละเอียดดีด้วย ป้าขอชื่อโรงแรมที่พักคืนแรกในฮานอยค่ะ
ป้าจะไปตุลาปี 52 นู่น จองหางแดงถูกสุดไว้แล้วจ้ะ ไปกัน 4 คน จ่ายแค่คนละ 1,850 บาทเอง อิจฉาไหมหลาน กะว่าจะนอนฮานอน 1 คืน แล้วซื้อทัวร์ไปนอนฮาลอง 1 คืน ตอนนี้กำลังสะสมข้อมูลและวางโปรแกรม ติดขัดอะไรจะเขียนมาถามหลานนะคะ คงเต็มใจช่วยป้านะคะ ขอให้เห็นแก่ชราทัวร์นะคะ อายุ 47 – 60 จ้ะ
ขอบคุณมาก
ขอบคุณนะครับสำหรับแนะนำข้อมูลต่างๆ ผมก็กำลังแพลนจะไปที่นั่นประมาณ ก.ค.ปี 52 พอดีได้ตั๋วราคาถูกจาก Air Asia หากใครจะไปช่วงนั้น กรุณาช่วยชวนผมไปด้วยนะครับ หรือใครอยากแนะนำอะไรเพิ่มเติม สามารถส่งมาหาผมได้ที่ medha_dhavin@hotmail.com
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์และเห็นภาพจริงอย่างละเอียด ขอบคุณอีกทีครับ
มีประโยชน์ มากๆๆ เลย ขอบคุณมากๆๆ นะครับ ผมก้อได้ตั๋วถูกมา จาก Airasia สองคน สามพันกว่าบาท
อยากได้ ชื่อที่พักทั้งหมดง่ะครับ ที่ไปพักมา โดยเฉพาะที่แรก ใหม่ ถูก คุ้ม ดีครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ขอบคุณค่ะ เล่าเรื่องด้วยภาพ สนุกดีค่ะ
กำลังวางแผนจะไปกับเพื่อน อยากได้ข้อมูลจากคนที่ไปแล้ว ติดต่อได้มั้ยอ่ะ
ถ้ายังงัยติดต่อกลับหาเราหน่อยก็จะขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะไม่กลัวที่จะลุยแล้ว แต่อยากทราบว่า
คืนแรกพักโรงแรมอะไรค่ะขอชื่อโรงแรมด้วย
ถ้าเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวปลอดภัยไมค่ะ
ขอบคุณมากค่า กำลังจะไปฮานอยเดือนพฤษภา
อุ่นใจขึ้นเยอะเลย
โรงแรมที่พักคืนแรกชื่ออะไรครับ ?
คืนแรกพักที่โรงแรมชื่อว่า Elizabeth Hotel ครับ
http://www.elizabethhotel.com.vn
ราคาในเว็บอาจจะแพง ลอง Walk in ก็ได้ครับ
แถวนั้นมีโรงแรมให้เลือกหลายที่เลย
ลองดูแผนที่ที่ผมทำไว้ก็ได้นะครับ มีรายละเอียดโรงแรมบอกไว้
http://www.google.com/maps/ms?ie=UTF8&hl=th&msa=0&msid=105494253036323063725.000441bc2be10ddda11c2&ll=21.030373,105.854108&spn=0.012297,0.019419&t=h&z=16
น่าสนุกนะค่ะ
อยากไปมั่งจัง
ได้ความรุ้มากเลย ขอบคุณมากค่ะ
trip หน้าจะติดตามอีกนะ
อืมมมมมม
แล้วเจอกันนะ….
เวียดนาม
โอ้ยใจละลายกะชุดเจ้าของกระทู้ เซอร์มากๆ ชอบๆ
ขอบคุณนะคะที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้น่าสนใจมากๆ
สนุกมากๆเลยค่ะ
รบกวนคุณDonuzzหน่อยค่ะ ขอทราบชื่อทีพักคืนสุดท้ายหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ
จอง 0 บาท กับหางแดงไปกลับ1200 เองอ่ะครับ ใครได้ถูกกว่านี้บ้างอ่ะครับ ผมไป 10-13 มิ.ย 53แน่ะครับ
เพิ่งกลับมาเมื่อคืนค่ะ
ไปกับทัวร์
เลยไม่ได้บรรยากาศแบบนี้
จะดีกว่า ก็ตรงที่ทัวร์พาไปหลายแห่ง
แต่ก็ไม่ได้รสชาติเท่าไรนักค่ะ
เขียนเก่งค่ะ
อ่านสนุกค่ะ
ขอบคุณมาก
ขอบคุณมวากสำหรับข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้น จนจบทริป ช่วงระยะเวลาระหว่างทางเป็นสิ่งจำที่น่าสนุกมาก มีทั้งภาพประกอบและคำบรรยายครบมากเลยอ่ะ ไว้ขอเข้าก๊วนไปเที่ยวด้วยนะค่ะ แต่อาจจะลำบากที่เราเป็นผู้หญิง กำลังจะบินวันเสร์นี้มีอะไรแนะนำช่วยบอกด้วยนะค่ะ
ปล.เราซื้อตั๋วแพงมากอ่ะ
ลลิล